รับชุบอลูมิเนียม

หมวดหมู่สินค้า :
รายละเอียดสินค้า :

         อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมทุกประเภทมากที่สุดรองจากเหล็กและเหล็กกล้า ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น น้ำหนักเบา มีประสิทธิภาพในการนำความร้อนและนำไฟฟ้าที่ดี จึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรและแม่พิมพ์, ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องบิน ยานอวกาศ และชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น แต่สำหรับการใช้งานบางประเภทจำเป็นต้องนำอลูมิเนียมไปผ่านกระบวนการเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้เหมาะสมกับการใช้งานเสียก่อน เช่น การนำไปชุบเคลือบด้วยสังกะสี นิกเกิล หรือการนำไปผ่านกระบวนการอโนไดซ์ เป็นต้น 

รายละเอียดสินค้า

การชุบอลูมิเนียมอโนไดซ์ คืออะไร 
        อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมทุกประเภทมากที่สุดรองจากเหล็กและเหล็กกล้า ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น น้ำหนักเบา มีประสิทธิภาพในการนำความร้อนและนำไฟฟ้าที่ดี จึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรและแม่พิมพ์, ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องบิน ยานอวกาศ และชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น แต่สำหรับการใช้งานบางประเภทจำเป็นต้องนำอลูมิเนียมไปผ่านกระบวนการเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้เหมาะสมกับการใช้งานเสียก่อน เช่น การนำไปชุบเคลือบด้วยสังกะสี นิกเกิล หรือการนำไปผ่านกระบวนการอโนไดซ์ เป็นต้น

ทำไมต้องทำอโนไดซ์อลูมิเนียม
        1.    เพื่อป้องกันการผุกร่อนของโลหะอลูมิเนียม
        2.    เพิ่มความทนทานของผิว ช่วยให้ผิวอลูมิเนียมแข็งขึ้น 
        3.    ช่วยให้อลูมิเนียมมีความลื่นมากขึ้น 
        4.    ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสวยงามของการเคลือบสี ได้แก่ ช่วยเพิ่มสีสัน สร้างเฉดสีที่มีความหลากหลาย เพิ่มความมันเงา เพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะของสีเคลือบ 
        5.    เพื่อกันสนิม สิ่งสกปรก ป้องกันคราบนิ้วมือ 
        6.    ช่วยเปลี่ยนสถานะของอลูมิเนียมให้เป็นฉนวนไฟฟ้า 
        7.    เป็นการทำความสะอาดผิวให้อลูมิเนียม ช่วยกำจัดสิ่งสกปรก ตะกรัน ไปจนถึงคราบไขมันต่าง ๆ 

วิธีการทำอลูมิเนียมอโนไดซ์ ได้แก่ 
        1.    การทำอโนไดซ์ด้วยกรดโคโรมิก (Type I) เป็นการวิธีการทำอโนไดซ์แบบดั้งเดิม โดยใช้กรดโคโรมิกเป็นสารละลายหลัก ซึ่งจะให้ความหนาของชั้นฟิล์มตั้งแต่ 5 - 18 ไมโครเมตร ลักษณะผิวเป็นแบบทึบแสง อ่อนนุ่ม ทำให้อลูมิเนียมที่ได้ยากต่อการชุบสี เหมาะสำหรับการอโนไดซ์เพื่อเตรียมพื้นผิวก่อนการนำไปพ่นสีมากกว่า 
        2.    การทำอโนไดซ์ด้วยกรดซัลฟูริก (Type II) เป็นวิธีการทำอโนไดซ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยใช้กรดซัลฟูริคเป็นสารละลายหลัก ซึ่งจะให้ความหนาของชั้นฟิล์มในระดับปานกลางตั้งแต่ 1.8 – 25 ไมโครเมตร 
        3.    การทำอโนไดซ์ด้วยกรดซัลฟูริกแบบชุบบาง (Type IIB) คือการทำอโนไดซ์แบบบางมาก ๆ โดยใช้กรดซัลฟูริกเป็นสารละลายหลัก ซึ่งจะให้ความหนาน้อยกว่า 1.8 ไมโครเมตร 
        4.    การทำ Hard Coat หรือ Engineering Anodize (Type III) เป็นการชุบหนามาก ๆ ซึ่งต้องเป็นกระบวนการอโนไดซ์ที่ต้องผ่านกระบวนการและการใช้เครื่องมือในการควบคุมอุณหภูมิโดยใช้เครื่องทำความเย็นหล่อสารละลายน้ำยาชุบจนใกล้จุดเยือกแข็งของน้ำซึ่งต้องใช้กระแสไฟฟ้าสูง เพื่อให้ความหนาของชั้นฟิล์มตั้งแต่ 25-150 ไมโครเมตร วิธีการนี้เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการกัดกร่อน ช่วยให้ผิวอะลูมิเนียมลื่นทนทานต่อการเสียดสี กันความร้อนและเป็นฉนวนไฟฟ้า
        5.    การทำอโนไดซ์ด้วยกรดอินทรีย์เคมี (Type IC) เป็นการใช้สารละลายกรดอินทรีย์เคมี เช่น กรดออกซาลิค ซึ่งการทำอโนไดซ์วิธีการนี้จะให้สีเปลี่ยนไปตามชนิดของโลหะผสมโดยไม่ต้องทำการชุบเพิ่มและเป็นการชุบที่สามารถให้ความหนาได้ถึง 50 ไมโครเมตร  
การเตรียมชิ้นงานอลูมิเนียมก่อนการทำอโนไดซ์

        ก่อนการทำอโนไดซ์นิยมนำอลูมิเนียมไปต้มด้วยผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน หรือสบู่เพื่อขจัดคราบไขมันก่อนนำไปกัดในโซฟาไฟ ส่วนกรรมวิธีในการทำอโนไดซ์คือการใช้กระแสไฟฟ้าส่งผ่านไปยังอลูมิเนียมที่แช่อยู่ในสารละลายสำหรับชุบ เมื่อกระแสไฟฟ้าปล่อยไฮโดรเจนออกที่ขั้วลบจะมีการสร้างอลูมิเนียมออกไซด์ที่ผิวเกิดขึ้น ภายใต้เงื่อนไขของการทำอโนไดซ์ ได้แก่ ความเข้มข้นและอุณหภูมิของสารละลายตลอดไปจนถึงอุณหภูมิของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ ซึ่งทำให้ได้อลูมิเนียมอโนไดซ์ที่มีความหนาแตกต่างกัน 
คุณสมบัติอลูมิเนียมเกรดต่าง ๆ ในการชุบอลูมิเนียมอโนไดซ์ คืออะไร 
        อลูมิเนียม เป็นโลหะที่มีคุณสมบัติอ่อน เบา ไม่เป็นเงา ไม่เป็นสารพิษ ไม่เป็นแม่เหล็ก และไม่เกิดประกายไฟ สามารถนำมากลึงและหล่อแบบได้ง่าย ทำให้ปัจจุบันอลูมิเนียมได้รับความนิยมในการนำมาใช้งานในอุตสาหกรรมหลายประเภท และเป็นถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอขงของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการขนส่ง และการสร้างอาคาร เนื่องด้วยคุณสมบัติเฉพาะของอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา มีความทนทาน และมีความแข็งแรง 
        การทำอโนไดซ์ (Anodize) คือ กระบวนการทางไฟฟ้าเคมีเพื่อป้องกันการผุกร่อน เพิ่มความทนทานของผิว เพิ่มสีสัน เพิ่มประสิทธิภาพและการยึดเกาะของสีเคลือบ เพิ่มความหล่อลื่นให้กับโลหะอลูมิเนียม โดยใช้การเคลือบผิวของอลูมิเนียมออกไซด์ที่เกิดจากอลูมิเนียม ด้วยการนำไปผ่านสารประกอบที่แตกตัวเป็นอะตอมในสารละลายที่เป็นตัวนำไฟฟ้าสร้างเป็นฟิล์มออกไซด์ที่มีความหนาและแข็งบนผิวของอลูมิเนียม ออกไซด์ของอะลูมิเนียมที่เกิดขึ้นจากการทำอโนไดซ์จะมีลักษณะผิวด้านและมีลักษณะเป็นรูพรุนเล็ก ๆ ซึ่งจะเป็นที่เก็บกักสี ช่วยเพิ่มคุณสมบัติให้อลูมิเนียมทนการกัดกร่อนได้มากขึ้น และเพิ่มคุณสมบัติการเป็นฉนวนกันไฟฟ้า อีกทั้งการทำอโนไดซ์ยังมีข้อดี คือ เป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพราะอลูมิเนียมที่ได้จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า เป็นการเพิ่มความมันวาว ทำให้อลูมิเนียมดูใหม่ ลดค่าบำรุงรักษา 

        อลูมิเนียมที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมแบ่งออกได้เป็นหลายเกรด ซึ่งขึ้นอยู่กับธาตุที่เป็นองค์ประกอบ ได้แก่ 
        1.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 1xxx เป็นอลูมิเนียมที่มีเหล็กและซิลิคอนเป็นธาตุหลัก ทำให้ต้านทานการกัดกร่อนได้ดี มีความสามารถในการนำความร้อนและนำไฟฟ้าได้สูง  
        2.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 2xxx เป็นอลูมิเนียมผสมทองดง เหมาะสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้งานที่เกี่ยวข้องกับความร้อน 
        3.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 3xxx เป็นอลูมิเนียมผสมแร่แมงกานีส เหมาะและนิยมนำมาใช้สำหรับงานโครงสร้างต่าง ๆ 
        4.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 4xxx เป็นอลูมิเนียมที่ผสมซิลิคอนเป็นธาตุหลัก เหมาะกับการใช้งานอลูมิเนียมที่ทนความร้อน และนิยมนำไปใช้ในงานด้านสถาปัตยกรรม 
        5.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 5xxx เป็นอลูมิเนียมผสมแร่แมกนีเซียมเป็นธาตุหลักและมีแร่แมงกานีสรวมอยู่ด้วย จึงเป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งปานกลาง สามารถนำมาใช้ในงานเชื่อมได้ดี  
        6.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 6xxx เป็นอลูมิเนียมที่มีส่วนผสมของแร่แมกนีเซียมและซิลิคอน ทำให้สามารถนำไปใช้ในกระบวนการอบร้อนได้ นำไปทำการขึ้นรูป และเชื่อมได้ง่าย 
        7.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 7xxx เป็นอลูมิเนียมผสมสังกะสี นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทายและต้องการความแข็งแรงสูง นิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์มือถือ 
        8.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 8xxx เป็นอลูมิเนียมที่ผสมแร่ธาตุอื่น ๆ ได้แก่ นิกเกิล, โครเมียม, ตะกั่ว, ไทเทเนียม เป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งเป็นพิเศษจึงนิยมนำมาใช้ในงานอากาศยาน 
            
        ทั้งนี้อลูมิเนียมแต่ละเกรดจะมีคุณสมบัติในการผ่านกระบวนการอโนไดซ์แตกต่างกัน เนื่องด้วยหลายปัจจัย ได้แก่ ส่วนผสมของโลหะ, กรรมวิธีในการทำ, ความแข็งแรงของผิววัสดุ, ความกระด้าง รวมถึงราคา ซึ่งสามารถแบ่งเกรดอลูมิเนียมที่นิยมนำมาทำการทำอโนไดซ์เพื่อนำไปใช้งานต่อได้ดังนี้ 
        1.    อลูมิเนียม 2024 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมทองแดงทีมีความแข็งแรงสูง นิยมนำไปเป็นแม่พิมพ์ขึ้นรูปพลาสติก แม่พิมพ์รองเทา รวมถึงชิ้นส่วนของเครื่องจักรกลและอุปกรณ์จับยึดต่าง ๆ ของเครื่องบิน 
        2.    อลูมิเนียม 5052 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมแมกนีเซียม ที่เมื่อนำมาชุบอโนไดซ์จะให้สีได้ดีมาก เมื่อนำมาตัดกลึงแล้วจะให้อลูมิเนียมที่มีสีสวยงาม และสามารถใช้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำได้ดี จึงนิยมนำมาใช้ทำอุปกรณ์จับยึดชิ้นงาน, แม่พิมพ์เครื่องใช้ในอุตสาหกรรมเคมีอาหาร, แม่พิมพ์ตัวอย่างภาชนะ, ท่อไฮโดรลิก และหมุดย้ำชิ้นส่วนสำหรับยานพาหนะและชิ้นส่วนของอาคาร 
        3.    อลูมิเนียม 5083 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมแมกนีเซียมที่สามารถชุบอโนไดซ์สีได้ดีมาก ให้ผิวที่สวยงาม สามารถใช้งานในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำถึงติดลบได้ดี นิยมใช้อลูมิเนียมชนิดนี้ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์เป่าพลาสติก, อุปกรณ์จับยึดชิ้นงาน, แม่พิมพ์ขึ้นรูปยางและโฟม, ตู้คอนเทนเนอร์, ชิ้นส่วนยานพาหนะและชิ้นส่วนอาคาร และใช้ถังที่ทนแรงดันสูง เป็นต้น 
        4.    อลูมิเนียม 6061 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมแมกนีเซียมและซิลิกอนที่สามารถบ่มแข็งได้ จึงทำให้อลูมิเนียมประเภทนี้ทนต่อการกัดกร่อนได้อย่างดีเยี่ยม สามารถนำมาขัดเงาและชุบอโนไดซ์ได้สีผิวที่สวยงาม แต่กระบวนการในการทำยุ่งยากและซับซ้อนกว่าแต่จะได้ชิ้นงานอลูมิเนียมที่สวยงาม คุ้มค่า นิยมนำมาใช้ทำแม่พิมพ์เป่าพลาสติก, โครงสร้างพาหนะและอาคาร, แม่พิมพ์สำหรับฉีดโฟมและยาง เป็นต้น 
        5.    อลูมิเนียม 7022 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมสังกะสีที่มีความแข็งแรงสูงมากและตัดกลึงง่าย สามารถนำมาชุบอโนไดซ์แข็งได้ดี จึงนิยมนำมาใช้ในการทำแม่พิมพ์เป่าขวดพลาสติก, อุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลแผ่นนำความร้อน และแม่พิมพ์แผ่นฉีดพลาสติกจำนวนน้อย 
        6.    อลูมิเนียม 7075 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมสังกะสีที่มีความแข็งแรงที่สุดและตัดกลึงได้ง่าย มีคุณสมบัติที่สามารถนำมาชุบอโนไดซ์แข็งได้อย่างดีเยี่ยม จึงนิยมนำมาใช้ในการทำแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก แม่พิมพ์เป่าขวดพลาสติก, โต๊ะเครื่องมือและอุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องจักรกล เป็นต้น 
            ผิวของอลูมิเนียมที่ผ่านการอโนไดซ์แล้วจะมีความหนาเพิ่มขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้เป็นการประยุกต์คุณสมบัติของอลูมิเนียมแต่ละเกรดเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อีกทั้งกระบวนการอโนไดซ์ยังเป็นการเพิ่มคุณสมบัติของอลูมิเนียม คือ เป็นการเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน เพิ่มความคงทนของผิว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเคลือบสี ช่วยเพิ่มความลื่น และช่วยเปลี่ยนสถานะของอลูมิเนียมไม่ให้นำไฟฟ้าเพื่อให้เหมาะกับการนำไปใช้งานอีกด้วย  

 

information

การชุบอลูมิเนียมอโนไดซ์ คืออะไร 
        อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมทุกประเภทมากที่สุดรองจากเหล็กและเหล็กกล้า ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น น้ำหนักเบา มีประสิทธิภาพในการนำความร้อนและนำไฟฟ้าที่ดี จึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรและแม่พิมพ์, ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องบิน ยานอวกาศ และชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น แต่สำหรับการใช้งานบางประเภทจำเป็นต้องนำอลูมิเนียมไปผ่านกระบวนการเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้เหมาะสมกับการใช้งานเสียก่อน เช่น การนำไปชุบเคลือบด้วยสังกะสี นิกเกิล หรือการนำไปผ่านกระบวนการอโนไดซ์ เป็นต้น

ทำไมต้องทำอโนไดซ์อลูมิเนียม
        1.    เพื่อป้องกันการผุกร่อนของโลหะอลูมิเนียม
        2.    เพิ่มความทนทานของผิว ช่วยให้ผิวอลูมิเนียมแข็งขึ้น 
        3.    ช่วยให้อลูมิเนียมมีความลื่นมากขึ้น 
        4.    ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสวยงามของการเคลือบสี ได้แก่ ช่วยเพิ่มสีสัน สร้างเฉดสีที่มีความหลากหลาย เพิ่มความมันเงา เพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะของสีเคลือบ 
        5.    เพื่อกันสนิม สิ่งสกปรก ป้องกันคราบนิ้วมือ 
        6.    ช่วยเปลี่ยนสถานะของอลูมิเนียมให้เป็นฉนวนไฟฟ้า 
        7.    เป็นการทำความสะอาดผิวให้อลูมิเนียม ช่วยกำจัดสิ่งสกปรก ตะกรัน ไปจนถึงคราบไขมันต่าง ๆ 

วิธีการทำอลูมิเนียมอโนไดซ์ ได้แก่ 
        1.    การทำอโนไดซ์ด้วยกรดโคโรมิก (Type I) เป็นการวิธีการทำอโนไดซ์แบบดั้งเดิม โดยใช้กรดโคโรมิกเป็นสารละลายหลัก ซึ่งจะให้ความหนาของชั้นฟิล์มตั้งแต่ 5 - 18 ไมโครเมตร ลักษณะผิวเป็นแบบทึบแสง อ่อนนุ่ม ทำให้อลูมิเนียมที่ได้ยากต่อการชุบสี เหมาะสำหรับการอโนไดซ์เพื่อเตรียมพื้นผิวก่อนการนำไปพ่นสีมากกว่า 
        2.    การทำอโนไดซ์ด้วยกรดซัลฟูริก (Type II) เป็นวิธีการทำอโนไดซ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยใช้กรดซัลฟูริคเป็นสารละลายหลัก ซึ่งจะให้ความหนาของชั้นฟิล์มในระดับปานกลางตั้งแต่ 1.8 – 25 ไมโครเมตร 
        3.    การทำอโนไดซ์ด้วยกรดซัลฟูริกแบบชุบบาง (Type IIB) คือการทำอโนไดซ์แบบบางมาก ๆ โดยใช้กรดซัลฟูริกเป็นสารละลายหลัก ซึ่งจะให้ความหนาน้อยกว่า 1.8 ไมโครเมตร 
        4.    การทำ Hard Coat หรือ Engineering Anodize (Type III) เป็นการชุบหนามาก ๆ ซึ่งต้องเป็นกระบวนการอโนไดซ์ที่ต้องผ่านกระบวนการและการใช้เครื่องมือในการควบคุมอุณหภูมิโดยใช้เครื่องทำความเย็นหล่อสารละลายน้ำยาชุบจนใกล้จุดเยือกแข็งของน้ำซึ่งต้องใช้กระแสไฟฟ้าสูง เพื่อให้ความหนาของชั้นฟิล์มตั้งแต่ 25-150 ไมโครเมตร วิธีการนี้เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการกัดกร่อน ช่วยให้ผิวอะลูมิเนียมลื่นทนทานต่อการเสียดสี กันความร้อนและเป็นฉนวนไฟฟ้า
        5.    การทำอโนไดซ์ด้วยกรดอินทรีย์เคมี (Type IC) เป็นการใช้สารละลายกรดอินทรีย์เคมี เช่น กรดออกซาลิค ซึ่งการทำอโนไดซ์วิธีการนี้จะให้สีเปลี่ยนไปตามชนิดของโลหะผสมโดยไม่ต้องทำการชุบเพิ่มและเป็นการชุบที่สามารถให้ความหนาได้ถึง 50 ไมโครเมตร  
การเตรียมชิ้นงานอลูมิเนียมก่อนการทำอโนไดซ์

        ก่อนการทำอโนไดซ์นิยมนำอลูมิเนียมไปต้มด้วยผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน หรือสบู่เพื่อขจัดคราบไขมันก่อนนำไปกัดในโซฟาไฟ ส่วนกรรมวิธีในการทำอโนไดซ์คือการใช้กระแสไฟฟ้าส่งผ่านไปยังอลูมิเนียมที่แช่อยู่ในสารละลายสำหรับชุบ เมื่อกระแสไฟฟ้าปล่อยไฮโดรเจนออกที่ขั้วลบจะมีการสร้างอลูมิเนียมออกไซด์ที่ผิวเกิดขึ้น ภายใต้เงื่อนไขของการทำอโนไดซ์ ได้แก่ ความเข้มข้นและอุณหภูมิของสารละลายตลอดไปจนถึงอุณหภูมิของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ ซึ่งทำให้ได้อลูมิเนียมอโนไดซ์ที่มีความหนาแตกต่างกัน 
คุณสมบัติอลูมิเนียมเกรดต่าง ๆ ในการชุบอลูมิเนียมอโนไดซ์ คืออะไร 
        อลูมิเนียม เป็นโลหะที่มีคุณสมบัติอ่อน เบา ไม่เป็นเงา ไม่เป็นสารพิษ ไม่เป็นแม่เหล็ก และไม่เกิดประกายไฟ สามารถนำมากลึงและหล่อแบบได้ง่าย ทำให้ปัจจุบันอลูมิเนียมได้รับความนิยมในการนำมาใช้งานในอุตสาหกรรมหลายประเภท และเป็นถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอขงของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการขนส่ง และการสร้างอาคาร เนื่องด้วยคุณสมบัติเฉพาะของอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา มีความทนทาน และมีความแข็งแรง 
        การทำอโนไดซ์ (Anodize) คือ กระบวนการทางไฟฟ้าเคมีเพื่อป้องกันการผุกร่อน เพิ่มความทนทานของผิว เพิ่มสีสัน เพิ่มประสิทธิภาพและการยึดเกาะของสีเคลือบ เพิ่มความหล่อลื่นให้กับโลหะอลูมิเนียม โดยใช้การเคลือบผิวของอลูมิเนียมออกไซด์ที่เกิดจากอลูมิเนียม ด้วยการนำไปผ่านสารประกอบที่แตกตัวเป็นอะตอมในสารละลายที่เป็นตัวนำไฟฟ้าสร้างเป็นฟิล์มออกไซด์ที่มีความหนาและแข็งบนผิวของอลูมิเนียม ออกไซด์ของอะลูมิเนียมที่เกิดขึ้นจากการทำอโนไดซ์จะมีลักษณะผิวด้านและมีลักษณะเป็นรูพรุนเล็ก ๆ ซึ่งจะเป็นที่เก็บกักสี ช่วยเพิ่มคุณสมบัติให้อลูมิเนียมทนการกัดกร่อนได้มากขึ้น และเพิ่มคุณสมบัติการเป็นฉนวนกันไฟฟ้า อีกทั้งการทำอโนไดซ์ยังมีข้อดี คือ เป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพราะอลูมิเนียมที่ได้จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า เป็นการเพิ่มความมันวาว ทำให้อลูมิเนียมดูใหม่ ลดค่าบำรุงรักษา 

        อลูมิเนียมที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมแบ่งออกได้เป็นหลายเกรด ซึ่งขึ้นอยู่กับธาตุที่เป็นองค์ประกอบ ได้แก่ 
        1.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 1xxx เป็นอลูมิเนียมที่มีเหล็กและซิลิคอนเป็นธาตุหลัก ทำให้ต้านทานการกัดกร่อนได้ดี มีความสามารถในการนำความร้อนและนำไฟฟ้าได้สูง  
        2.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 2xxx เป็นอลูมิเนียมผสมทองดง เหมาะสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้งานที่เกี่ยวข้องกับความร้อน 
        3.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 3xxx เป็นอลูมิเนียมผสมแร่แมงกานีส เหมาะและนิยมนำมาใช้สำหรับงานโครงสร้างต่าง ๆ 
        4.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 4xxx เป็นอลูมิเนียมที่ผสมซิลิคอนเป็นธาตุหลัก เหมาะกับการใช้งานอลูมิเนียมที่ทนความร้อน และนิยมนำไปใช้ในงานด้านสถาปัตยกรรม 
        5.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 5xxx เป็นอลูมิเนียมผสมแร่แมกนีเซียมเป็นธาตุหลักและมีแร่แมงกานีสรวมอยู่ด้วย จึงเป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งปานกลาง สามารถนำมาใช้ในงานเชื่อมได้ดี  
        6.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 6xxx เป็นอลูมิเนียมที่มีส่วนผสมของแร่แมกนีเซียมและซิลิคอน ทำให้สามารถนำไปใช้ในกระบวนการอบร้อนได้ นำไปทำการขึ้นรูป และเชื่อมได้ง่าย 
        7.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 7xxx เป็นอลูมิเนียมผสมสังกะสี นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทายและต้องการความแข็งแรงสูง นิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์มือถือ 
        8.    เกรดอลูมิเนียมประเภท 8xxx เป็นอลูมิเนียมที่ผสมแร่ธาตุอื่น ๆ ได้แก่ นิกเกิล, โครเมียม, ตะกั่ว, ไทเทเนียม เป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งเป็นพิเศษจึงนิยมนำมาใช้ในงานอากาศยาน 
            
        ทั้งนี้อลูมิเนียมแต่ละเกรดจะมีคุณสมบัติในการผ่านกระบวนการอโนไดซ์แตกต่างกัน เนื่องด้วยหลายปัจจัย ได้แก่ ส่วนผสมของโลหะ, กรรมวิธีในการทำ, ความแข็งแรงของผิววัสดุ, ความกระด้าง รวมถึงราคา ซึ่งสามารถแบ่งเกรดอลูมิเนียมที่นิยมนำมาทำการทำอโนไดซ์เพื่อนำไปใช้งานต่อได้ดังนี้ 
        1.    อลูมิเนียม 2024 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมทองแดงทีมีความแข็งแรงสูง นิยมนำไปเป็นแม่พิมพ์ขึ้นรูปพลาสติก แม่พิมพ์รองเทา รวมถึงชิ้นส่วนของเครื่องจักรกลและอุปกรณ์จับยึดต่าง ๆ ของเครื่องบิน 
        2.    อลูมิเนียม 5052 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมแมกนีเซียม ที่เมื่อนำมาชุบอโนไดซ์จะให้สีได้ดีมาก เมื่อนำมาตัดกลึงแล้วจะให้อลูมิเนียมที่มีสีสวยงาม และสามารถใช้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำได้ดี จึงนิยมนำมาใช้ทำอุปกรณ์จับยึดชิ้นงาน, แม่พิมพ์เครื่องใช้ในอุตสาหกรรมเคมีอาหาร, แม่พิมพ์ตัวอย่างภาชนะ, ท่อไฮโดรลิก และหมุดย้ำชิ้นส่วนสำหรับยานพาหนะและชิ้นส่วนของอาคาร 
        3.    อลูมิเนียม 5083 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมแมกนีเซียมที่สามารถชุบอโนไดซ์สีได้ดีมาก ให้ผิวที่สวยงาม สามารถใช้งานในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำถึงติดลบได้ดี นิยมใช้อลูมิเนียมชนิดนี้ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์เป่าพลาสติก, อุปกรณ์จับยึดชิ้นงาน, แม่พิมพ์ขึ้นรูปยางและโฟม, ตู้คอนเทนเนอร์, ชิ้นส่วนยานพาหนะและชิ้นส่วนอาคาร และใช้ถังที่ทนแรงดันสูง เป็นต้น 
        4.    อลูมิเนียม 6061 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมแมกนีเซียมและซิลิกอนที่สามารถบ่มแข็งได้ จึงทำให้อลูมิเนียมประเภทนี้ทนต่อการกัดกร่อนได้อย่างดีเยี่ยม สามารถนำมาขัดเงาและชุบอโนไดซ์ได้สีผิวที่สวยงาม แต่กระบวนการในการทำยุ่งยากและซับซ้อนกว่าแต่จะได้ชิ้นงานอลูมิเนียมที่สวยงาม คุ้มค่า นิยมนำมาใช้ทำแม่พิมพ์เป่าพลาสติก, โครงสร้างพาหนะและอาคาร, แม่พิมพ์สำหรับฉีดโฟมและยาง เป็นต้น 
        5.    อลูมิเนียม 7022 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมสังกะสีที่มีความแข็งแรงสูงมากและตัดกลึงง่าย สามารถนำมาชุบอโนไดซ์แข็งได้ดี จึงนิยมนำมาใช้ในการทำแม่พิมพ์เป่าขวดพลาสติก, อุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลแผ่นนำความร้อน และแม่พิมพ์แผ่นฉีดพลาสติกจำนวนน้อย 
        6.    อลูมิเนียม 7075 เป็นอลูมิเนียมกลุ่มผสมสังกะสีที่มีความแข็งแรงที่สุดและตัดกลึงได้ง่าย มีคุณสมบัติที่สามารถนำมาชุบอโนไดซ์แข็งได้อย่างดีเยี่ยม จึงนิยมนำมาใช้ในการทำแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก แม่พิมพ์เป่าขวดพลาสติก, โต๊ะเครื่องมือและอุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องจักรกล เป็นต้น 
            ผิวของอลูมิเนียมที่ผ่านการอโนไดซ์แล้วจะมีความหนาเพิ่มขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้เป็นการประยุกต์คุณสมบัติของอลูมิเนียมแต่ละเกรดเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อีกทั้งกระบวนการอโนไดซ์ยังเป็นการเพิ่มคุณสมบัติของอลูมิเนียม คือ เป็นการเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน เพิ่มความคงทนของผิว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเคลือบสี ช่วยเพิ่มความลื่น และช่วยเปลี่ยนสถานะของอลูมิเนียมไม่ให้นำไฟฟ้าเพื่อให้เหมาะกับการนำไปใช้งานอีกด้วย